[Beauty and the Beast One-shot][อดัมxเบลล์] To come shining through

 

“To come shining through”

 

Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร) One-shot Fan-fiction
Pairing: Adam/Belle
(อดัมxเบลล์)

 

**Warning**
– แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มาจากจินตนาการ (มโน) ของผู้แต่งแฟนฟิคชั่นทั้งสิ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และนิทานโฉมงามกับเจ้าชายอสูรต้นฉบับแต่อย่างใด
– เขียนโดยอ้างอิงจากภาพยนตร์ Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร) ฉบับคนแสดง ปี 2017
– เจ้าชาย/อสูรในฟิคของเราจะใช้ชื่อว่า “อดัม” ตาม fanon ค่ะ
– แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นคู่ “อดัม (อสูร) x เบลล์” นะคะ ใครที่ไม่ชอบคู่ชาย-หญิง กรุณาหลีกเลี่ยงค่ะ
– (คิดว่าน่าจะ) OOC (Out of Character) มั้งคะ

 

ใจ

ใจเต้น

ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

คงเป็นเพราะบทกวีบทนั้นที่แฝงความนัยขึ้นมาอย่างฉับพลันโดยปราศจากสัญญาณเตือนล่วงหน้า 

หญิงสาวไม่กล้าเสี่ยงอ่านต่อ จึงเลือกที่จะปิดหนังสือแล้วถือมันไว้ในมือเท่านั้น

…ไม่สิ บทกวีก็อยู่ของมันแบบนี้มาตั้งแต่แรก แต่เป็นเธอเองต่างหากที่เลือกหยิบมันมาอ่านโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเนื้อหาในนั้นจะพ้องต้องกับสถานการณ์ตรงหน้าเสียเหลือเกิน

ไม่เพียงสอดคล้องกับภาพที่เห็นตรงหน้าเท่านั้น แต่ลึกๆ ในใจของเธอก็รู้ดีว่ามีบางอย่างในบทกวีนั้นที่สั่นสะเทือนเป็นจังหวะเดียวกับเสียงที่ก้องสะท้อนยามเมื่อเธออ่านมันออกมา

เบลล์กับอสูรทอดสายตามองไปยังทะเลสาบที่ถูกแช่แข็ง ต่างฝ่ายต่างแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงเนื้อหาในบทกวีที่เบลล์เพิ่งอ่านไปเมื่อครู่ด้วยการทำเป็นชมนกชมไม้

ถึงแม้ที่นี่จะมีแต่ไม้ตายซาก และไม่มีนกบินหลงเข้ามานานแล้วก็ตาม

อสูรกระแอม “เอ้อ เธอไม่หนาวเหรอ?”

เขาพยายามเริ่มต้นบทสนทนาอีกครั้ง พร้อมความหวังว่าจะช่วยขับไล่ความประหม่าที่เยือกแข็งขึ้นมาระหว่างเขาทั้งสอง

หญิงสาวส่ายหน้า พลางกระชับที่ปลายผ้าคลุมบนไหล่ให้ดูว่าเธอใส่เครื่องป้องกันความหนาวมามากพอ “ไม่… คุณหนาวเหรอ?”

“ไม่”

คำตอบไปไวกว่าความคิด เมื่อเอ่ยตอบออกไปแล้วเขาถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าคำถามธรรมดาๆ ที่เบลล์เอ่ยถามออกมานั้นเป็นคำถามที่น่าแปลกใจเพียงไร

ไม่มีใครถามคำถามนี้กับเขานานแล้ว หรือที่ถูกต้องคือ ไม่มีใคร ‘กล้า’ ถามคำถามนี้กับเขานับตั้งแต่เกิดเรื่องคำสาป

เบลล์คงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เธอถามมา เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ตอบ

เจ้าของร่างใหญ่โตเผลออ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลง “อันที่จริง ฉันไม่ได้สัมผัสความหนาวมานานมากแล้ว…เพราะว่า…”

ปลายเสียงแผ่วลง เขาลังเลที่จะพูดต่อให้จบประโยค

เบลล์เลิกคิ้วหันมองเขา ดวงตาอยากรู้อยากเห็นคู่นั้นกวาดสำรวจอย่างรวดเร็วราวกับกำลังค้นหาความหมายในประโยคที่ไม่ได้ยิน เขาทันเห็นสีหน้ากระจ่างแจ้งพาดผ่านบนใบหน้าเธอในชั่วแว่บ ก่อนที่เธอจะพยักหน้าเบาๆ แล้วหันกลับไป

แน่นอนว่าคำตอบนั้นไม่ได้ยากอะไร รูปร่างที่ถูกสาป รูปร่างที่บิดเบี้ยว รูปร่างที่มีขนปกคลุม ความอัปลักษณ์ที่ไม่อาจแอบซ่อนนั้นปรากฎให้เห็นอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ตำตาจนยากที่จะมองข้าม

เขาเคยคิดว่ารูปลักษณ์อสูรที่น่าเกลียดน่ากลัวนี้อาจมีข้อดีอยู่บ้างตรงที่อย่างน้อยก็สามารถปกป้องตัวเขาจากความหนาวเหน็บของฤดูหนาวชั่วนิรันดร์ ทว่าตอนนี้เขากลับคิดว่านี่อาจเป็นอีกหนึ่งการเล่นตลกของผู้วิเศษ คล้ายๆ กลกระจกวิเศษที่เขาต้องเห็นเงาสะท้อนของตนเองทุกครั้งที่ใช้งาน คล้ายๆ หนังสือวิเศษที่สามารถพาหนีไปยังสถานที่ดังใจปรารถนา ทว่าอสูรร้ายอย่างเขากลับไม่สามารถมีที่ที่ปรารถนาจะไปได้อย่างสุดหัวใจ

เช่นเดียวกับเมื่อเขายืนอยู่ข้างๆ เบลล์ท่ามกลางหิมะสีขาวปลอดเช่นนี้ แม้จะไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นแต่กลับวูบโหวง ยิ่งเมื่อเห็นร่างกายบอบบางใต้ผ้าคลุมกันหนาวของเธอ ในใจของเขาก็สัมผัสได้ถึงเส้นแบ่งระหว่างเบลล์ที่เป็นมนุษย์กับเขาที่เป็นอสูรชัดเจนยิ่งขึ้น

ความอบอุ่นจะมีประโยชน์อะไรกับใจที่หนาวเหน็บเช่นนี้

…ถึงตรงนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าขนหนาที่ปกคลุมและรักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกายจะยังเป็นข้อดีอยู่

“ดีจัง…” เบลล์เอ่ยขึ้นสวนทางกับสิ่งที่เขากำลังคิด เธอหันมามองเขาด้วยสายตาชื่นชมพลางพยักหน้าอย่างยอมรับนับถือ “คนรับใช้ของคุณต้องดูแลคุณดีมากๆ แน่ๆ”

อสูรเงียบไป

เขาเงียบไปครู่ใหญ่

เขาทำได้เพียงเงียบอึ้งอยู่กับที่ในตอนที่เห็นรอยยิ้มของเบลล์จากด้านข้าง เจิดจ้าราวกับแสงตะวัน

จนเมื่อได้สติกลับมา เขาก็พบว่าเขาไม่เข้าใจความหมายของเธอเลยสักนิด

“อ่า… ไม่ใช่เพราะฉันหรอก ที่พวกเขาทำงานดีเพราะพวกเขาทำงานดี” อสูรเอียงคอยักไหล่ พูดโต้ตอบไปเรื่อยเปื่อยเพียงเพื่อปัดป่ายหลบหลีกให้พ้นจากความชื่นชมที่แผ่ออกมาสายตาของเธอ ซึ่งเขาแน่ใจว่าเธอมอบให้ผิดคน “แต่ละคนที่นี่ก็มีความสามารถชั้นสูง คัดมาแล้ว รู้งาน รู้หน้าที่ของตัวเอง…”

ในตอนที่เขาควานมือเปะปะอย่างไม่รู้จะวางมือที่ไหนดีนั่นเอง ที่เขาพบว่าตนกำลังขยับคอเสื้อแก้เก้อ เล็บยาวและนิ้วหนาใหญ่อยู่บนเนื้อผ้าชั้นดี ที่บรรดาคนรับใช้ซึ่งถึงแม้จะถูกสาปแต่ก็ยังคงสรรหาเสื้อผ้ามาให้เขาสวมใส่ตามที่เขาร้องขออย่างขยันขันแข็ง ในตอนนั้นเขาจึงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เขาสวมใส่ และสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เบลล์กำลังพูดถึง

“พวกเขาต้องรักคุณมากแน่ๆ” เบลล์เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนเหมือนเสียงกระซิบที่ปนมากับรอยยิ้ม คล้ายกำลังบอกความลับที่เธอค้นพบแก่เขา ไม่ยอมแพร่งพรายให้ไม้ตายซาก หิมะ หรือความหนาวเย็นได้รู้เห็นบิดเบือน

อา ส่องสว่างราวกับแสงตะวันจริงๆ ด้วย…

และเมื่อตะวันทอแสงทอง มุมเล็กๆ ที่เคยถูกบดบังซ่อนเร้นในเงาดำก็พลันกระจ่างตา

 

+++
END
30/10/2019

 

Talk Time:

‘For still here I be.’

ชื่อฟิคเรื่องนี้มาจากท่อนหนึ่งของเพลง Days in the sun เวอร์ชั่น Demo ค่ะ

อันนี้เป็นฟิคที่เขียนขึ้นเพื่อร่วมกิจกรรม #READTOBER2019 ของทางเว็บ readAwrite สามารถติดตามได้อีกทางบน หน้า readAwrite ของเรา ค่ะ

Salut, จากปอยิ้มผู้ไม่มูฟออนและท้าเดดไลน์มากๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s