[Beauty and the Beast One-shot][อดัมxเบลล์] New, and it’s SUPER alarming!

 

“New, and it’s SUPER alarming!”

 

Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร) One-shot Fan-fiction
Pairing: Adam/Belle
(อดัมxเบลล์)

 

**Warning**
– แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มาจากจินตนาการ (มโน) ของผู้แต่งแฟนฟิคชั่นทั้งสิ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และนิทานโฉมงามกับเจ้าชายอสูรต้นฉบับแต่อย่างใด
– เขียนโดยอ้างอิงจากภาพยนตร์ Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร) ฉบับคนแสดง ปี 2017
– แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นคู่ “อดัม (เจ้าชาย) x เบลล์” นะคะ ใครที่ไม่ชอบคู่ชาย-หญิง กรุณาหลีกเลี่ยงค่ะ
– (คิดว่าน่าจะ) OOC (Out of Character) มั้งคะ

 

“นายท่าน ต่อจากนี้สิถึงจะเป็นของจริง”

ต่อจากนี้สิถึงจะเป็นของจริง ลูมิแอร์กระซิบกับเขาที่ข้างหูเช่นนั้น พร้อมกับขยิบตาให้อย่างมีเลศนัย ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะก้าวออกไปขอเบลล์เต้นรำต่อหน้าผู้คนมากมายที่มาร่วมในงานฉลอง

ขู่เอาไว้เสียน่ากลัว แต่เมื่อเริ่มก้าวออกไปแล้วทุกอย่างก็ไหลลื่น หากจะมีอะไรที่เขามั่นใจในตัวเองได้สักหนึ่งเรื่อง เรื่องนั้นคงหนีไม่พ้น ‘การเต้นรำ’ เจ้าชายองค์น้อยผ่านบทเรียนเต้นรำที่จำเป็นต่อการสังสรรค์สมาคมของชนชั้นสูงมาอย่างครบถ้วนดิบดีตั้งแต่เยาว์วัย ครั้นเมื่อเติบโตขึ้นเป็นเจ้าชายหนุ่ม ตัวเขาเองก็ยังจัดงานเต้นรำส่วนตัวอันหรูหรายิ่งใหญ่แทบไม่เว้นวันจนเคยชินกับกิจกรรมแสนง่ายดายนี้ไม่ต่างจากการหายใจ กระทั่งตอนที่ถูกสาปให้เป็นอสูร ในการเต้นรำครั้งแรกของเขากับเบลล์ ที่ถึงแม้ว่าเขาจะร้างราจากงานเต้นรำมานานจนแทบจะลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว ทว่าเมื่อดนตรีเริ่มบรรเลง เมื่อเธอเริ่มต้นวอลซ์นำเขา เมื่อความประหม่ากังวลถูกชะล้างไปจนหมดสิ้น เขาก็รู้ตัวว่าคืนนั้นตนทำได้ไม่เลวเลย

นับประสาอะไรกับการขอเบลล์เต้นรำอีกครั้งในงานเฉลิมฉลองแห่งความสุข ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เขาจัดขึ้นจากใจจริง

เมื่อเธอส่งยิ้มแล้วพยักหน้า จากนั้นก็วางมือลงบนฝ่ามือของเขา ทุกอย่างก็เป็นธรรมชาติที่สุด ทั้งคำหยอกล้อ ทั้งเสียงหัวเราะ หรือแม้แต่แสงแดดที่ทอประกาย

เมื่อทุกอย่างเป็นอย่างที่ควรจะเป็น ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเท่าไหร่เลย อดัมคิด

 

 

บรรยากาศแห่งงานเฉลิมฉลองที่แสนสดใสดำรงอยู่เช่นนั้นอย่างน่าวางใจ จนเมื่อนาฬิกาเวียนมาถึงเวลาอาหารค่ำของวันถัดไป…

“คุณไม่ทานหรือ?”

เสียงของเบลล์ดังมาจากสุดปลายอีกฝั่งของโต๊ะอาหารค่ำ เรียกสติของอดัมที่มัวแต่นั่งก้มหน้ามองจานเปล่าตาปริบๆ ให้กลับมายังขณะปัจจุบัน

“อ๊ะ ทานๆ ทานสิ เชิญเลย เบลล์” เขาตอบกลับด้วยใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ

อา… พลาดเข้าแล้ว

จะด้วยความเคยชินในฐานะมนุษย์ หรือจะเพราะมัวแต่ลอยละล่องอยู่ในบรรยากาศของงานรื่นเริงหลายวันที่ผ่านมา หรือจะเพราะฤทธิ์สุราที่ยังค้างอยู่ในตัวตั้งแต่เสิร์ฟสุดท้ายของเมื่อค่ำวานก็ตามแต่ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเผลอนั่งลงตรงตำแหน่งที่นั่งเดิมของตนเองเข้าก็ตอนที่เห็นเบลล์นั่งลงตรงที่อีกฝั่งของโต๊ะยาว

ตำแหน่งเดิมที่ว่า ย่อมไม่ใช่ที่นั่งเดิมของเขาตอนที่ยังอยู่ในร่างอสูร ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอุตส่าห์ย้ายตัวเองไปนั่งข้างๆ เบลล์แล้วในที่สุด …ไม่ใช่ ในวันนี้เขาไม่ได้ทานมื้อค่ำตรงเก้าอี้ตัวนั้น แต่เป็นเก้าอี้สุดหรูหราตัวที่ใหญ่ที่สุด ที่เจ้าชายผู้เอาแต่ใจที่สุดเคยนั่งรับประทานมื้อค่ำที่แสนสิ้นเปลืองที่สุด อย่างเดียวดายที่สุด ในฐานะบุคคลผู้กุมอำนาจสูงที่สุดในปราสาทแห่งนี้ ซึ่งก็คือตำแหน่งหัวโต๊ะนั่นเอง

ส่วนเบลล์ยังคงนั่งที่ประจำของเธอที่เดิม ผลที่ได้ก็คือตอนนี้เขาและเธอนั่งห่างกันคนละสุดฝั่งโต๊ะ

“เอ่อ…”

ก่อนหน้านี้ทั้งสองอยู่แต่ในงานฉลอง มื้ออาหารที่ผ่านมาก็ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นทางการ ท่ามกลางเสียงดนตรีไพเราะและการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาทำให้แทบไม่มีเวลาได้นั่งอยู่กับที่ ยังไม่นับว่าเรื่องหยุมหยิมอย่างตำแหน่งนั่งบนโต๊ะอาหาร เป็นเรื่องที่เขาไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเลยแม้แต่น้อยตลอดระยะเวลาที่อยู่ใต้คำสาปร้าย ในช่วงเวลาที่เขาอยู่อย่างเดียวดาย เขาก็นั่งลงตรงที่ประจำของตนอย่างเดียวดาย ในช่วงเวลาที่มีเบลล์เข้ามา เขาที่รู้สึกดีกับเบลล์จึงเอ่ยปากขอย้ายไปนั่งข้างเธอ ซื่อตรง เรียบง่าย และปราศจากพิธีรีตอง

เมื่อกลับมาสู่บรรยากาศของชีวิตราชวงศ์ อดัมพบว่าตนกลับทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อๆ อะไรที่เคยทำกลับดูน่าอิหลักอิเหลื่อ อะไรที่ควรทำกลับขัดสามัญสำนึกของตนเกินไป

เบลล์เงยหน้าขึ้นจากอาหารของเธอ รอฟังอดัมที่ทำท่าคล้ายอยากจะพูดอะไร

แต่แล้วเขาก็ไม่พูด

ตัดสินใจหยิบอุปกรณ์ทานอาหาร ทั้งส้อมและมีดขึ้นมา เจ้าชายอดัมทำทีเป็นง่วนกับการเริ่มต้นทานมื้ออาหารเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ…เพียงเพื่อพบกับอีกสิ่งที่อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเขาที่ห่างไกลจากภาวะปกติมานานแสนนาน กลับทำใจให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญได้ยากยิ่ง

เขากำลังจะทานอาหารด้วยอุปกรณ์ทานอาหาร

ช้อน ส้อม มีดซึ่งเรียงรายตามธรรมเนียมบนโต๊ะอาหารที่เห็นได้ชินตาในทุกมื้ออาหารของบรรดาชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศสทั่วแว่นแคว้น กลับเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้เห็นมาเนิ่นนานจนแทบจะลืมเลือนภาพนี้ไปแล้ว

ตลอดระยะเวลาแห่งฝันร้ายที่เขากลายร่างเป็นอสูร มีหลายครั้งหลายคราที่เขาพยายามจะใช้ชีวิตอย่างที่เคยใช้ พยายามเป็นอย่างที่เขาเคยเป็น ด้วยความหวังอันริบหรี่ที่จะประคับประคองเสี้ยวความเป็นมนุษย์ ซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิดภายในตัวเขาไม่ให้หลุดหายไป การรับประทานอาหารอย่างมนุษย์ก็เป็นหนึ่งในความพยายามที่เขาเคยทำมาหลายต่อหลายครั้ง

แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาทำได้สำเร็จเลย

ช้อนส้อมไหลหล่นจากอุ้งมือมหึมานับครั้งไม่ถ้วน บ้างบุบเบี้ยวบู้บี้ บ้างร่วงหล่นกระเด็นหาย ด้วยสรีระของสัตว์ร้ายที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้เครื่องมือของมนุษย์ แม้แต่เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ไร้ชีวิตและวิญญาณ ก็ปฏิเสธการทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์

อดัมในร่างอสูรพยายามอยู่เช่นนั้นหลายครั้ง ล้มเลิกล้มเหลวซ้ำไปซ้ำมา จนในที่สุดเขาก็สั่งห้ามไม่ให้คนรับใช้เอาของพวกนี้มาวางบนโต๊ะอาหารให้เขาเห็นอีก

เจ้าชายก้มลงมองส้อมในมือของตนซึ่งบัดนี้เป็นมือของมนุษย์อย่างจริงแท้แน่นอน แล้วก็อดทึ่งไม่ได้ เขาที่ไม่เคยคาดฝันว่าตนจะได้ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์อีกครั้ง กลับได้มานั่งอยู่ที่นี่ ในห้องอาหารเดียวกับเบลล์ และได้ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารแบบเดียวกับที่เบลล์ใช้ เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

“ไม่คุ้นเลย…” เขาเอ่ยออกมา

เบลล์เงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง คิ้วเลิกสูง ก่อนจะปรายตามองเก้าอี้ตำแหน่งข้างๆ เธอเป็นเชิงถาม

“ไม่ ไม่ใช่เรื่องนั้น …แต่จะใช่ก็ได้” อดัมหัวเราะ ก่อนจะหยิบจานของเขาย้ายตำแหน่งมาที่นั่งข้างๆ เธอ รู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยพื้นที่ข้างๆ เธอก็ยังต้อนรับเขาอยู่

บรรดาคนรับใช้ตอบสนองด้วยการย้ายอุปกรณ์และจานอาหารจากที่เดิมมาวางตามตำแหน่งที่นั่งใหม่ของเจ้าชายทันควัน พอบริกรคนสุดท้ายหลบฉากไป เขาก็เห็นว่าเบลล์กำลังมองเขาอยู่

พอรู้ตัวเธอก็สะดุ้ง รีบกลับไปง่วนกับอาหารในจานของเธอด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจาง

“ไม่คุ้นเลย” ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกัน

แล้วก็มองหน้ากัน

“เอ๊ะ…” วูบหนึ่งอดัมสงสัยว่าเมื่อครู่เธอไม่ได้ชักชวนให้เขากลับมานั่งข้างๆ หรือเปล่า?

“เอ๊ะ…” วูบหนึ่งเบลล์สงสัยในสีหน้าของคนข้างๆ ว่าจริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่ได้อยากนั่งข้างเธอแล้ว

ต่างฝ่ายต่างสบตาเงียบงัน ทิ้งช่วงสามวินาที

“คุณ…คุณจะกลับไปที่นั่งของคุณก็ได้นะ! ฉะ…ฉันไม่ได้อยากบังคับให้คุณกลับมานั่งตรงนี้ถ้าคุณไม่อยาก…” เบลล์เป็นฝ่ายผงะถอยก่อน เธอเบี่ยงตัวออกห่างจากคนข้างตัวโดยอัตโนมัติพร้อมผายมือให้อีกฝ่าย ปากก็ชี้แจงเป็นพัลวัน

“ไม่ ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น เมื่อกี้ฉันกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่… เอ๊ะ ระ…หรือถ้าฉันอยู่ห่างๆ เธอแล้วเธอจะสบายใจกว่า ถ้าอย่างนั้นเธอไม่ต้องย้ายไปไหน เดี๋ยวฉันไปเอง!” อดัมก็ละล่ำละลักเสียงหนักเสียงค่อยปนกันไปหมด ว่าพลางก็ถอยกรูดจนเก้าอี้หนักเลื่อนครูดไปกับพื้น ส่งเสียงดังสะท้านแก้วหูไปทั่วห้องรับประทานอาหาร

“ไม่ ไม่สิ! ไม่! ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เบลล์ลุกขึ้นร้องเสียงหลง เอื้อมมือคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้

“ฉัน…ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเหมือนกัน!” อดัมร้องว้ากขึ้นมา ก่อนจะสงบลงในชั่วพริบตาเมื่อรู้ตัวว่ามือของเบลล์วางอยู่บนแขนของเขา

เขาก้มลงมองมือเล็กบางที่อยู่บนแขนของตนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “…หมายความว่าเธอไม่ได้รังเกียจที่จะนั่งกับฉัน?”

“ไม่ ไม่แน่นอน ไปเอาความคิดนั้นมาจากไหน? ฉันสิ ที่คิดว่าตัวเองกำลังดึงคุณออกมาจากที่ของคุณหรือเปล่า”

คราวนี้เป็นอดัมที่เลิกคิ้ว จากนั้นก็ส่ายหน้า “เธอก็เป็นคนดึงฉันออกมาจากที่เดิมอันแสนเลวร้ายนั่นตั้งแต่แรกแล้ว”

“ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันหมายถึง…” เสียงของเบลล์ที่พยายามจะอธิบายขาดหายไป เมื่อคำพูดของเจ้าชายคนรักของเธอซึมลึกเข้าไปสู่การรับรู้ของหญิงสาว “ไม่ ใช่ อย่าง นั้น อดัม…” เธอลากเสียงยานคางทีละคำ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมพร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับ ในใจของเธอหวังว่าเขาคงจะดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วเป็นการแสร้งยกมือขึ้นเพื่อปิดบังใบหน้าของตนที่เริ่มขึ้นสีต่างหาก

ใช้เวลาทำใจให้สงบสักครู่ จากนั้นเธอก็หยิบส้อมและมีดของตนเอง เริ่มรับประทานอาหารต่ออย่างไม่รู้ไม่เห็น

เบลล์รู้ตัวว่าตนไม่ใช่คนที่จะเสแสร้งได้นานนัก หลังจากเขี่ยอาหารในจานอย่างใจลอยได้ไม่ถึงนาที เธอก็ตัดสินใจสารภาพออกมา

“ที่ฉันบอกว่าไม่ชิน ฉันหมายถึง… ฉันไม่ชินกับการนั่งทานอาหารกับผู้ชายเลย ไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้คิดว่าคุณเป็นมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งหรอกนะ แต่พอคุณ…แบบนี้ มานั่งให้เห็นจะจะ…แบบนี้ แล้วมัน…” เบลล์นึกคำมาอธิบายความรู้สึกไม่ออก จึงส่ายหน้าแทนคำพูด “นอกจากพ่อของฉันแล้ว ฉันก็ไม่เคยนั่งทานอาหารใกล้ๆ ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยจริงๆ”

อดัมมองสีหน้าลำบากใจของเธออย่างรักใคร่ เบลล์อาจสรรหาคำมาอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก อาจมีบางคำที่หากเธอเอ่ยออกมาแล้วต้องรู้สึกผิด จึงไม่ยอมเลือกใช้ตั้งแต่ต้น ซึ่งอดัมไม่โทษเธอเลยหากเธอจะเคยมองอสูรเป็นสิ่งอื่นที่ไม่เท่าเทียมกับคน และเพิ่งจะมาประหม่าเอาก็ตอนที่เขาคืนร่างกลับเป็นมนุษย์แล้วเช่นนี้

อันที่จริงแล้ว เขาเพิ่งค้นพบก็ตอนนี้ ว่าเขาชอบสีหน้าแบบนี้ของเบลล์เหลือเกิน เขาชอบเวลาที่เบลล์ไม่สามารถหาคำมาแทนความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา ไม่ว่าจะด้านดี หรือว่าด้านร้าย

“ก่อนหน้านี้เคยมีคนเชื้อเชิญตัวเองมาทานมื้อค่ำที่บ้านฉัน ดีที่ฉันปฏิเสธไป ถ้าฉันยอมใจอ่อนคงอึดอัดน่าดู” เบลล์เล่ายิ้มๆ

“แล้วฉันมานั่งใกล้ๆ แบบนี้ทำให้เธออึดอัดหรือเปล่า” อดัมประคองขอบจานเตรียมพร้อมยกย้าย รอจนมือของเบลล์รีบพุ่งมาคว้าแขนเขาอีกครั้ง เขาก็ยิ้มเผล่ เบลล์รู้ตัวทันทีว่าเจ้าชายหนุ่มแค่แกล้งหยอก จึงตีแขนเขาเบาๆ ก่อนจะเอนตัวกลับไปนั่งพิงพนัก

“ไม่อึดอัด แต่ยอมรับว่า…ตื่นเต้น? แล้วก็รู้สึก…ประหลาด?”

อดัมพยักหน้า ตั้งใจฟังเธอ

“นี่ไง การที่มีคนตั้งใจฟังฉันพูดแบบนี้ก็ไม่ชินเหมือนกัน ยังไม่นับว่าคุณก็…คุณก็…” เบลล์กวาดตามองเขาขึ้นลง

สาบานได้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเบลล์ไม่เคยนึกคาดเดารูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของคนคนนี้มาก่อน อาจมีบางครั้งที่เคยเชื่อมโยงนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างคู่นั้นเข้ากับภาพวาดขาดวิ่นที่ประดับอยู่ในห้องที่ปีกตะวันตก แต่เธอก็ไม่ได้ยึดถือเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังอะไร เพราะสำหรับเธอแล้ว รูปร่างหน้าตาเป็นองค์ประกอบที่แทบไม่มีความสลักสำคัญอะไรในการสานสัมพันธ์กับใครคนหนึ่ง ไม่ว่าจะฉันมิตร ฉันคนรู้จัก หรือแม้แต่ในฐานะคนรัก แกสตองเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านกลับของเรื่องนี้

…แต่การที่รูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของอสูรเป็นเจ้าชายรูปงามนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

พอนัยน์ตาสีฟ้าที่เหมือนกับในรูปวาดและเหมือนกับดวงตาคู่นั้นของอสูรไม่มีผิดสบสายตากลับมา เธอก็รู้สึกว่าใบหน้าของตนเริ่มร้อนผ่าว

“ยังไม่นับว่าคุณก็…หน้าตาดี” เบลล์โพล่งคำที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากเมื่อครู่ออกมา ก่อนจะกระแอมหนึ่งที “ฉันนึกไม่ออกเลยเหมือนกันว่าจะมีใครที่ไม่ประหม่าตอนที่ได้นั่งใกล้กับคุณขนาดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าฉันบอกว่ารู้สึกประหลาดหรือว่าไม่คุ้นชิน ขอให้คุณแน่ใจได้เลยว่าเป็นคำชมจากฉันมากกว่าที่จะว่าร้ายคุณ”

อดัมหัวเราะ “ฉันก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มถอนหายใจ เป็นการถอนหายใจที่ปลอดโปร่ง และตามมาด้วยรอยยิ้ม “ฉันเองก็ไม่ชิน อาจจะเพราะอยู่แบบนั้นมานานเกินไปละมั้ง แม้แต่การได้จับส้อมกับมีดในมือก็ยังรู้สึกแปลกๆ …แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ยังไงก็ถือเป็นเรื่องที่ดีแหละนะ”

เบลล์ยกมือขึ้นปิดบังครึ่งล่างของใบหน้าที่กำลังแอบหัวเราะ อดัมทำหน้าเหรอหรา

“อะไร? มีอะไรเหรอ?”

“ดูสิ ฉันเป็นกังวลว่าคุณอาจจะไม่ได้อยากนั่งข้างๆ ฉันแล้ว ในขณะที่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องช้อนส้อม” เบลล์พูดพลางหัวเราะพลางส่ายหน้า

อดัมหัวเราะตาม ก่อนจะเอ่ยต่อจากประโยคของเธอ “…เพราะฉะนั้นเจ้าชายที่ใช้ช้อนส้อมไม่ถนัด ถึงควรมีใครสักคนนั่งข้างๆ ก่อนที่เขาจะเผลอหยิบอะไรแล้วพลาดจิ้มโดนตัวเองตาย”

มีรอยยิ้มบางปรากฏที่ใบหน้าของหญิงสาว เธอกระซิบ “หวังว่านั่นจะช่วยให้มื้อค่ำของฉันประหม่าน้อยลงนะ”

อดัมยิ้มตอบ จากนั้นทั้งสองก็ต่างคนต่างรับประทานอาหารในส่วนของตนเองเงียบๆ

อาจเป็นเพราะการรับรู้รสของมนุษย์ที่เพิ่งได้กลับคืนมา อาจเพราะนี่เป็นมื้ออาหารค่ำธรรมดามื้อแรกหลังจากการจัดงานเลี้ยงแสนเหน็ดเหนื่อย หรืออาจจะเพราะมีเบลล์อยู่ข้างๆ ทำให้อดัมรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยกว่าทุกมื้อ

ยังมีเรื่องที่เขากับเบลล์ต้องศึกษาเรียนรู้อีกมากมาย “ต่อจากนี้สิถึงจะเป็นของจริง” ที่ลูมิแอร์กล่าวไว้ คงไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงเท่าไหร่เลย

 

+++
END
23/10/2019

 

Talk Time:

ถ้าคว้าส้อมผิดท่าแล้วจิ้มตัวเองตาย อันนั้นจะได้เปิดตำนานเจ้าชายนิทราบทใหม่เลยนะคะ ‘q’

อันนี้เป็นฟิคที่เขียนขึ้นเพื่อร่วมกิจกรรม #READTOBER2019 ของทางเว็บ readAwrite ค่ะ (แต่มีครอสโพสต์มาไว้ในนี้สำหรับผู้ติดตามบล็อกเราด้วย แฮร่) สามารถติดตามได้อีกทางบน หน้า readAwrite ของเรา ค่ะ

Salut, จากปอยิ้มผู้ไม่มูฟออนและท้าเดดไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s