[Beauty and the Beast One-shot][อดัมxเบลล์] Where did you run off to this week?

 

“Where did you run off to this week?”

 

Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร) One-shot Fan-fiction
Pairing: Adam/Belle
(อดัมxเบลล์)

 

**Warning**
– แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มาจากจินตนาการ (มโน) ของผู้แต่งแฟนฟิคชั่นทั้งสิ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และนิทานโฉมงามกับเจ้าชายอสูรต้นฉบับแต่อย่างใด
– เขียนโดยอ้างอิงจากภาพยนตร์ Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร) ฉบับคนแสดง ปี 2017
– แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นคู่ “อดัม (เจ้าชาย) x เบลล์” นะคะ ใครที่ไม่ชอบคู่ชาย-หญิง กรุณาหลีกเลี่ยงค่ะ
– (คิดว่าน่าจะ) OOC (Out of Character) มั้งคะ

 

There is no bond like having read and liked the same books.
— E. Nestbit, The Wonderful Garden, 1911.

 

“ไม่มีสิ่งใดจะหอมหวานไปกว่า การได้อ่านบทกวีร่วมกัน
ใต้แสงเทียน โน้มนำ
ใต้สัมผัส ใต้ความคิด และครรลอง
เพราะไม่มีรสใดจะหวานล้ำไปกว่า รสสัมผัสทางจิตวิญญาณอันคล้องจอง”

“เหอะ!”

“คุณนี่จะช่วยมีความโรแมนติกหน่อยไม่ได้เลยหรือ?!”

เบลล์หันไปแหวใส่คนรักที่แค่นเสียงขัดจังหวะการอ่านบทกวีของเธอ

เขาผู้นอนเอกเขนกอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ไม้ สองขาพาดอยู่บนที่พักแขนฝั่งหนึ่ง ท้ายทอยหนุนอยู่บนที่พักแขนอีกฝั่งหนึ่ง ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ …แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหลักสำหรับเบลล์

“เธอก็รู้อยู่ว่ามันไม่จริง” อดัมส่งเสียงท้วงออกมาจากหลังหนังสือปกหนังของเขา

เบลล์ที่นั่งอยู่เกือบบนสุดของบันไดล้อเลื่อนที่ถูกตั้งทิ้งเอาไว้ใน ‘ห้องสมุด’ ปิดหนังสือของเธอแล้วนิ่วหน้ามองกลับลงไป เพื่อพบว่าอดัมโต้เถียงกับเธอโดยไม่ได้ละสายตาจากตัวอักษรบนหน้ากระดาษเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังใช้โอกาสระหว่างที่เธอกำลังเงียบฟุ้งฝอยต่ออย่างได้ใจ

“ใช่มั้ยล่ะ? ไม่มีอะไรโรแมนติกไปกว่าการที่เราสองคนชอบหนังสือกันคนละแบบ แต่ก็พวกเราก็ยัง…”

“ฉันถามจริง?” ขนที่คอตั้งชัน ไม่ ไม่ใช่ของอสูร ไม่ใช่ของอดัม แต่เป็นขนที่หลังคอของเบลล์ เพราะคำพูดของอดัมก็ทำให้เธอขนลุก “อยู่ๆ คุณก็มาเคารพในความแตกต่างทางรสนิยมอะไรขึ้นมาเอาตอนนี้?”

อดัมที่ชอบทำท่าเจ็บหน้าอกเหมือนจะอาเจียนทุกครั้งที่เบลล์กล่าวชมบทละครเรื่องโปรดของเธอให้ฟัง อดัมที่แสดงออกอย่างไม่ปิดบังว่าตนแขยงเรื่องราวความรักเสียเต็มประดาราวกับสิ่งเหล่านี้ทำให้เขาเกิดผื่นแพ้ และเมื่ออดัมคนเดียวกันนี้เองใช้พฤติกรรมเหล่านี้อ้างอิงถึงความโรแมนติก นั่นทำให้เบลล์แทบจะสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยความขนลุกขนพอง

“ดูสิ พอฉันจะพูดอะไรโรแมนติกเธอก็ต้องชิงพูดขัดอยู่เรื่อย”

“ก็คุณนั่นแหละที่พูดขัดฉันก่อน!”

คราวนี้อดัมลดหนังสือลงจากระดับสายตาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าของเขาเลื่อนขึ้นมองเธอ “…ก็มันจักจี้จะตาย”

“ฉันก็จักจี้กับคำพูดของคุณพอๆ กันนั่นแหละ” เบลล์ย้อนทันควัน

อดัมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกลับ เขาเพียงเลื่อนสายตากลับลงไปยังหนังสือเล่มที่เขากำลังอ่าน “พวกเรานี่ขี้อายเนอะ”

หญิงสาวถึงกับหมดคำจะพูดไปชั่วขณะ

จริงอยู่ว่าการที่เธอกับเขามีรสนิยมการอ่านต่างกันสุดขั้ว แต่กลับผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งการที่พวกเขาได้ก้าวผ่านรูปลักษณ์ ก้าวผ่านอุปสรรคมากมาย และก้าวผ่านรสนิยมในตัวมันเอง จนมาถึงวันนี้ที่เบลล์อาจพูดได้เต็มปากว่าเธอกับเขาคือความสุขของกันและกัน คงจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ยากจะหาบทกวีใดมาเทียบเคียงอย่างที่อดัมว่าจริงๆ

เบลล์เอามือลูบขนที่แขนตัวเองพลางครุ่นคิด อันที่จริงเธอรู้ เธอรู้มาตลอดว่าคำพูดแหลมคมของอดัมเป็นเพียงกลไกการป้องกันตัวอย่างหนึ่งต่อสิ่งที่เขารู้สึกไม่คุ้นชิน เหมือนๆ กับความกราดเกรี้ยวเมื่อครั้งที่เธอพบเจอกับเขาเป็นครั้งแรก เหมือนๆ กับความโหดร้ายเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายวัยเยาว์ เพื่อปกป้องตัวตนอันแสนเปราะบางและอ่อนไหวซึ่งซ่อนอยู่ลึกลงไปข้างใน

แน่นอนว่าการที่มีจิตใจอันบอบบางย่อมไม่ใช่ข้ออ้างอันชอบธรรมต่อการกระทำใดๆ ก็ตามของอดัม เพียงแต่… เพียงแต่เธอไม่คิดว่าเมื่อเธอกำลังจะสั่งสอนเขาอย่างจริงจังเสียหน่อย อยู่ๆ เขาก็เอ่ยปากยอมรับแง่มุมอันเปราะบางของตนเองออกมาง่ายๆ ถึงเพียงนี้

แถมยังรวบเอาเธอเข้าไปถูกหางเลขอีกคนเสียด้วย

ถ้าจะยอมรับว่าขี้อายทั้งที ทำไมถึงไม่ยอมเป็นคนขี้อายไปคนเดียวกันนะ! เบลล์หมดคำจะพูดแล้วจริงๆ

หลังจากคิดทบทวนจนได้ข้อสรุปในใจแล้ว เบลล์ก็คลึงขมับตัวเองพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น “ฉันไม่ได้ขี้อาย …ฉันแค่ยอมรับคำกล่าวอ้างลอยลมของคุณไม่ได้ คุณจะบอกว่าเราอ่านหนังสือกันคนละแบบแต่ก็ยังอยู่ร่วมกันอย่างสงบคือความโรแมนติกงั้นเหรอ? มันก็ได้อยู่หรอกถ้าคุณไม่ได้โจมตีรสนิยมของฉันทุกครั้งที่มีโอกาส หรือถ้าคุณ…จะยอมรับสักหน่อยว่าบางครั้งคุณเองก็ชอบเรื่องราวของความรักได้เหมือนกัน”

เจ้าชายขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถบนเก้าอี้ไม้เล็กน้อย เบลล์สัมผัสได้ถึงความลำบากใจที่แผ่ออกมา “เธอเข้าใจผิดแล้ว นี่แน่ะ เบลล์ ฉันอาจกำลังพูดว่า ถึงเราจะชอบอ่านหนังสือกันคนละแบบ เพราะเราเติบโตมาไม่เหมือนกัน คนละสังคม คนละวิถีชีวิต แต่มันก็เป็นเรื่องโรแมนติกที่สุดท้ายเราสองคนได้มานอนอ่านหนังสือด้วยกันในห้องสมุดยักษ์ที่โอ่อ่าหรูหราที่สุดในแคว้น ลองเถียงฉันสิ ว่ามีเรื่องราวความรักในหนังสือเล่มไหนที่มหัศจรรย์ไปกว่านี้อีก?”

“คุณพูดเสียอย่างกับว่าความรักของฉันซื้อได้ด้วยห้องสมุดเอื้ออาทรของคุณอย่างไรอย่างนั้น…” เบลล์พึมพำเสียงเบื่อหน่าย

“สาบานด้วยเกียรติของฉันเลยว่าฉันไม่เคยแม้แต่คิดเช่นนั้น” อดัมส่งยิ้มหวานให้คนรักของตน แน่นอนว่าออกมาเป็นรอยยิ้มประหม่าที่ยิ่งพยายามก็ยิ่งแข็งทื่อ เบลล์เพียงแต่ถอนหายใจ

จากนั้นบรรยากาศภายในห้องสมุดก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่ใช่ความเงียบสงบอันแสนสุขเมื่อต่างฝ่ายต่างหลุดเข้าไปในโลกหนังสือขณะนั่งซุกตัวเคียงข้างกันอย่างที่มักจะเป็น แต่หนนี้เป็นความเงียบกริบอันเกิดจากช่องว่างของบทสนทนาชวนอึดอัดใจ ทั้งเบลล์และอดัมต่างไม่มีใครสนใจหนังสือ ต่างคนต่างเหม่อมองออกไปแสนไกล และวุ่นวายวกวนอยู่ในความคิดของตนเอง

เวลาผ่านไปหลายนาน จนอดัมถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา และยอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน “รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงไม่เชื่อถือเรื่องราวความรักอีกต่อไป”

เบลล์หันกลับมามองเขาด้วยความสนใจ

“ก่อนหน้านี้ ฉันไม่เชื่อถือในความรัก เพราะฉันไม่คิดว่าจะมีใครที่รักฉันได้ เรื่องราวความรักมีอยู่แค่ในเรื่องแต่ง และเป็นเรื่องโกหก ที่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝันแล้วพบว่าความจริงมันไม่ใช่…และไม่เคยเป็นเช่นนั้น ก็มีแต่จะทำให้เสียใจ”

ขณะเล่า ดวงตาสีฟ้าของเขาทอดเหม่อมองไกล ไกลกว่าตัวอักษรในหน้าหนังสือ ไกลออกไปถึงตัวตนเมื่อในอดีต ไกลออกไปถึงปราสาททะมึนเมื่อครั้งที่ยังตั้งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะของฤดูหนาวอันไม่รู้จบ พร้อมๆ กันนั้น เบลล์กำลังค่อยๆ ก้าวลงจากบันไดลงมาหาเขา

“แต่พอมาตอนนี้ ฉันไม่เชื่อเรื่องราวความรักในหนังสือ เพราะชีวิตจริงมันดีเสียยิ่งกว่าในเรื่องเล่าเสียอีก พอฉันมีเธอแล้วก็ไม่รู้จะอ่านนิยายหรือบทละครรักไปทำไม เชื่อเถอะ ว่าฉันไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์บทกวีที่เธออ่าน ฉันแค่ไม่ได้เชื่อในสิ่งเหล่านั้น…แล้ว

เสียงของเขาขึ้นจมูก การเปิดใจเล่าอะไรสักอย่างคล้ายเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังเป็นอย่างมากสำหรับคนแบบอดัม พลันใบหน้าของเบลล์ก็เข้ามาปรากฎในสายตาของเจ้าชาย แต่เป็นภาพกลับหัว เพราะขณะนี้เบลล์ยืนอยู่เหนือศีรษะเขาจากด้านหลัง

เขาเห็นสายตาเห็นอกเห็นใจปรากฏอยู่บนนั้น เบลล์ยิ้ม หรืออาจจะเพราะมุมมองอันแปลกตาทำให้เขาเห็นเหมือนกับเธอกำลังยิ้ม มือเล็กยื่นมาหาเขา ชั่วพริบตานั้นเขาคิดว่าเบลล์คงต้องการจะจูบเพื่อปลอบประโลม หรือเพื่อทำความเข้าใจเขาให้มากกว่าเดิม

จูบแบบกลับหัว พนันได้เลยสิ ว่าไม่มีหนังสือเล่มไหนเคยบรรยายเอาไว้อย่างแน่นอน อดัมคิดในใจ

ในความทรงจำของเขาผู้ได้รับการศึกษาราคาแพงและอ่านหนังสือมานับไม่ถ้วน ก็ไม่เคยมีนิยาย บทละคร หรือบทกวีใดที่บอกเล่าเรื่องราวของคนรักที่เป็นหญิงสาวนักประดิษฐ์ผู้แสนช่างคิดขนาดนี้มาก่อนเสียด้วย เขายิ้มมุมปาก เมื่อสิ่งที่เขาเพิ่งจะกลั่นกรองเป็นคำพูดออกไป กำลังจะได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง จริงอย่างมากเสียด้วย

ทว่ามือเล็กของเธอกลับลอยผ่านหน้าของเขาไป เพื่อไปหยุดอยู่ที่หนังสือปกหนังในมือของเขา

“รวมถึงกวินิเวียร์กับลานเซลอตด้วยหรือเปล่า?” เธอเอียงคอถาม จากนั้นก็ฉวยเอาหนังสือไปจากมือ

เมื่ออดัมแหงนคอมองตามก็เห็นภาพกลับหัวของเบลล์ ที่เอาหนังสือ ‘บันทึกจดหมายเหตุทางการเมือง ละติน-ยุโรป’ ต่อท้ายด้วยตัวเลขปีย้อนหลังจากปีปัจจุบันห้าปีของเขา ไปเคาะกับฝ่ามือเพียงหนึ่งทีก็มีนิยายเล่มเล็กไหลออกมา เธอหยิบหนังสือนิยายเล่มนั้นขึ้นมาโบกตรงหน้าเขา

“มันชื่อว่ากษัตริย์อาเธอร์กับโต๊ะกลม เรื่องนี้เป็นข้อยกเว้น” อดัมรีบลุกขึ้นนั่ง ตั้งใจจะคว้าหนังสือ ‘กษัตริย์อาเธอร์กับโต๊ะกลม’ ที่ว่าคืนจากมือของเธอ ทว่าเบลล์กลับถอยหนีไปพร้อมหนังสือของเขาทั้งสองเล่ม

เบลล์หัวเราะอย่างได้ใจ พร้อมกับถอยหนีไปอีกจนสุดกำแพง พออดัมจะลุกขึ้นเพื่อไล่ต้อนเธอ ประตูของ ‘ห้องสมุด’ ก็เปิดออกขวางทั้งสองคนไว้

“มาอยู่ที่นี่กันนี่เอง! ขอประทานอภัยฝ่าบาท สวัสดีเบลล์ คุณค็อกสเวิร์ธกำลังออกตามหาทั้งสองท่านอยู่” แปร์โรแบรต์ปรากฏตัวที่หน้าประตู พลางหันมาคุยกับทั้งสองคนซ้ายทีขวาทีด้วยสีหน้าลำบากใจ “เขาเริ่มระแคะระคายแล้ว เขามาถามกระหม่อมตั้งสองรอบ ว่าพวกท่านทั้งสองมาถึงหมู่บ้านแล้วหนีหายไปที่ไหนกันทุกสุดสัปดาห์”

อดัมผงะ เบลล์รีบยืดหลังตรง แปร์โรแบรต์ผู้เป็นเจ้าของสถานที่มองทั้งสองคนสลับไปมา เมื่อไม่ได้รับคำตอบก็กระแอมไอเป็นเชิงกระตุ้นให้ทั้งสองคนทำอะไรสักอย่าง

“หมายความว่า ถ้าเราไม่รีบกลับไป เขาจะเข้ามาตรวจสอบที่นี่ใช่มั้ย?” เบลล์ปะติดปะต่อเรื่องในใจก่อนจะเอ่ยถาม

แปร์โรแบรต์พยักหน้า “แล้วก็จะรู้ว่าพวกเธอมีฐานลับส่วนตัวกันที่นี่ด้วย”

“งั้นก็เอาเขาออกไปเลย” เธอว่าพลางตรงเข้าไปหาอดัม ยัดหนังสือ ‘บันทึกจดหมายเหตุทางการเมือง ละติน-ยุโรป’ ใส่มือของเขา ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้เจ้าชายออกไปจากห้องสมุดเล็กๆ ในตัวโบสถ์ “ได้เวลาทรงงานแล้วเพคะ”

เธอรู้ดีว่าเป้าหมายหลักของค็อกสเวิร์ธคือพาตัวอดัมกลับไปทำงานของเจ้าชายที่ยังคั่งค้างเป็นกองพะเนินอยู่ในปราสาท แม้ว่าอดัมจะขอออกมาเที่ยวเล่นกับเบลล์ที่หมู่บ้านเพื่อผ่อนคลาย แต่นี่ก็เลยเวลาที่ค็อกสเวิร์ธอนุญาตมานานแล้ว ที่เธอยังยอมนั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนเขาจนเกินเวลา นั่นเพราะเธอคิดว่าเขากำลังตั้งใจอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับงานมาโดยตลอดต่างหาก

อดัมทำท่าจะแย้ง แต่เมื่อเห็นสายตาเด็ดเดี่ยว ปราศจากความปรานีของเบลล์ ก็ทำได้แค่เดินคอตกออกไปโดยมีแปร์โรแบรต์เดินตามหลัง สภาพเหมือนผู้ร้ายถูกจับกุมไม่มีผิด

เบลล์ยังคงถือหนังสือ ‘กษัตริย์อาเธอร์กับโต๊ะกลม’ ที่อดัมอ่านอยู่ในมือ เธอเดินกลับไปยังชั้นหนังสือใหม่ที่เธอกับอดัมเพิ่งบริจาคให้กับโบสถ์ ทุกครั้งที่เธอและอดัมมาเยี่ยมที่หมู่บ้าน ที่นี่จะมีหนังสือมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถเปลี่ยนสถานะจากห้องเล็กๆ ในโบสถ์ที่มีหนังสือไม่กี่เล่มเป็น ‘ห้องสมุด’ แห่งใหม่ของหมู่บ้านในที่สุด

เบลล์วางหนังสือเล่มดังกล่าวคืนบนชั้น ก่อนจะเปลี่ยนใจ เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งและปากกาจากลิ้นชักโต๊ะใกล้ๆ แล้วบรรจงเขียนป้ายกระดาษเล็กๆ วางบนโต๊ะก่อนจะวางหนังสือทับ

‘เรื่องราวความรักเรื่องโปรดของเจ้าชาย’

เบลล์ยิ้มให้กับผลงานของตัวเอง ก่อนจะเก็บอุปกรณ์แล้วเดินตามคนทั้งสองไป

เธอรู้ดีว่าหลังจากนี้อดัมคงจะยอมไม่ขัดคอเธอไปอีกสักพักใหญ่ หากเขายังอยากให้ ‘ฐานลับ’ แห่งนี้ยังคงสถานะเป็นความลับ

อันที่จริงเธอรู้ รู้มาตลอดเช่นกัน ว่าห้องสมุดที่โอ่อ่าหรูหราที่สุดในแคว้นของอดัมไม่สามารถซื้อหัวใจของเธอได้ หากไม่มีคนขี้อายที่พร้อมถกเถียงเรื่องหนังสือกับเธอไม่รู้จบที่อยู่ในนั้น

แต่ห้องสมุดเล็กๆ แสนเงียบสงบที่ไม่มีค็อกสเวิร์ธ …สามารถซื้ออดัมได้

 

+++
END
01/09/2019

 

Talk Time:

‘The Prince’s favorite romance’

ที่เขียนมาใจความทั้งหมดอยู่ที่ประโยคสุดท้ายค่ะ

ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโควตที่แปะไว้ตอนต้นฟิค เป็นประโยคที่มาจากนิยายเรื่อง The Wonderful Garden ที่เจอในทวิตเตอร์ เลยตามไปอ่านนิยายเรื่องที่ว่ามา เพื่อพบว่าโควตนี้ในนิยายต้นฉบับไม่ได้พูดถึงความรักเลยค่ะ จริงๆ แล้วใช้บรรยายความรู้สึกของกลุ่มเด็กๆ ตัวเอกในนิยายที่ได้พบเพื่อนใหม่ แล้วรู้สึกผูกพันกันได้เร็วเพราะอ่านหนังสือเรื่องเดียวกันเลยรับส่งมุกกันได้

พอจะใช้โควตนี้ในแฟนฟิคก็เลยต้องแต่งบทกวีขึ้นใหม่เองเพื่อโยงเข้ากับความโรแมนซ์ …และปล่อยให้คนรักเขาเปิดวอร์กันไปตามเรื่องตามราว 🔥🔥🔥

Merci, จากปอยิ้มผู้มูฟออนจากฟิลิปแล้วแต่ยังไม่มูฟออนจาก BatB 2017

ปล. จูบแบบกลับหัวไม่มีในหนังสือเล่มไหน แต่มีในสไปเดอร์แมนนะคะอดัม♥

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s