[Quanzhi ShortFic][เยี่ยซิวxเฉินกั่ว] Really, Really Happy Birthday 2

 

“Really, Really Happy Birthday”

ตอนที่ 2

 

Quanzhigaoshou (เทพยุทธ์เซียน Glory/The King’s Avatar/Master of Skill) Short Fan-fiction
Pairing: 叶果/葉果 เยี่ยกั่ว (เยี่ยซิวxเฉินกั่ว)

 

ตอนก่อนหน้า: ตอนที่ 1

 

**Warning**
– แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มาจากจินตนาการ (มโน) ของผู้แต่งแฟนฟิคชั่นทั้งสิ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนิยายต้นฉบับแต่อย่างใด
– Spoiler Warning ไม่ถึงกับสปอยล์มาก แต่ถ้าจะให้ดีควรอ่านนิยายต้นฉบับให้ถึงช่วงที่สมาชิกซิงซินกลุ่มแรกมารวมตัวกัน (ประมาณบทที่ 618) ก่อนค่ะ
– แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นคู่ “เยี่ยซิว x เฉินกั่ว” นะคะ ใครที่ไม่ชอบคู่ชาย-หญิง กรุณาหลีกเลี่ยงค่ะ
– (คิดว่าน่าจะ) OOC (Out of Character) ค่ะ

 

“วันนี้วันเกิดนายนะ ทำไมสีหน้าเหมือนไม่ดีใจเลยล่ะ” เฉินกั่วยืนพิงขอบโต๊ะมองดูเยี่ยซิวที่กำลังตัดแบ่งเค้กโดยมีคนที่เหลือเลื่อนเก้าอี้มานั่งล้อมให้กำลังใจอยู่รอบๆ

นี่คือการตัดเค้กที่น่าเศร้าสลดที่สุดในประวัติศาสตร์ เจ้าของวันเกิดมีสีหน้าหงอยเหงาเหมือนโดนบังคับให้มา นิ้วเรียวยาวจับมีดพลาสติกตัดแบ่งเค้กด้วยมือที่นิ่งอย่างไร้ที่ติ เค้กก้อนใหญ่ที่ตกแต่งเป็นรูปซองบุหรี่ค่อยๆ ถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ แจกใส่จานกระดาษตามจำนวนคน เมื่อหักลบกับสมาชิกในห้องซ้อมแล้ว ยังเหลือมากพอสำหรับแจกพนักงานคนอื่นๆ ที่ชั้นล่างด้วย

บรรยากาศควรจะแช่มชื่น แต่ผู้แบ่งเค้กไม่มีอารมณ์ร่วมโดยแม้แต่น้อย ร่ำๆ เหมือนจะขาดใจตายคาก้อนเค้กอยู่รอมร่อแล้ว

“ดีใจสิ ผมดีใจมากเลย น้ำตาจะไหลแล้วเนี่ย” เยี่ยซิวตอบ

“ถ้านายจะน้ำตาไหล ก็คงเพราะโดนฝืนใจมากกว่า” เฉินกั่วพูดเสียงเครียด สีหน้าของเจ้าของวันเกิดดูไม่ได้เลยจริงๆ จะว่าเป็นเพราะวิ่งไล่วิ่งหนีกันจนหอบนั่นก็ใช่ สุดท้ายแล้ว ด้วยพลังอำนาจแห่งนายจ้างก็พาเขากลับมานั่งตัดเค้กอยู่ตรงนี้จนได้

แต่คำถามที่แท้จริงของเธอก็คือ นี่มันงานวันเกิดที่ทุกคนตั้งใจจะจัดให้เขา มีคนจัดฉลองให้ก็ควรจะดีใจสิ! ทำไมเยี่ยซิวถึงต้องทำหน้าไร้อารมณ์ร่วมเหมือนอยากจะตายขนาดนี้ด้วย อย่างน้อยๆ ช่วยแกล้งทำเป็นดีใจสักหน่อยไม่ได้หรือไงกัน

“หรือจะเป็นเพราะนายไม่อยากแก่ลง!” เฉินกั่วโพล่งคำถามออกมา

แว่วเสียงดังเคร้งมาจากที่นั่งของเว่ยเชิน เขาที่อาวุโสที่สุด ถึงกับเผลอทำช้อนหลุดมือ หันไปก็เห็นเว่ยเชินกำลังพึมพำคำสบถงึมงำๆ พลางก้มลงเก็บช้อนที่ทำตก จากนั้นก็แสร้งเสมองฟ้ามองหน้าต่างเลียนแบบถังโหรวไปอีกคน

เฉินกั่วยิ่งเห็นก็ยิ่งมั่นใจ เธอลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท อายุมากขึ้นก็เท่ากับแก่ขึ้นอีกหนึ่งปี สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตที่มีอายุงานแสนสั้น การมีอายุมากขึ้นอีกหนึ่งปีอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเสมอไป แม้แต่ตัวเธอเองก็เถอะ ปีหลังๆ มานี้ เมื่อวันเกิดของตัวเองเวียนมาถึง อย่างมากก็ซื้อของกินดีๆ ปรนเปรอตัวเองสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่โตให้ลูกน้องมาคอยถามว่าเจ๊เฉินปีนี้อายุขึ้นเลขเท่าไหร่แล้ว นับประสาอะไรกับนักกีฬาวัยไม้ใกล้ฝั่งในวงการอย่างพวกเขาสองคน

“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก ผมดีใจมากจริงๆ” เยี่ยซิวยื่นเค้กที่ตัดเสร็จแล้วให้เฉินกั่ว แต่สีหน้าสะโหลสะเหลของเขาทำให้เฉินกั่วยังคงเชื่อไม่ลง

“นายแน่ใจนะ?”

“แน่ใจ” เยี่ยซิวพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม

“งั้นเอาเค้กลงไปแจกข้างล่างกันเถอะ” เฉินกั่วรวบเอากล่องบรรจุเค้กส่วนที่เหลือเดินนำลงไป โดยมีเยี่ยซิวเดินตามไปในฐานะเจ้าของวันเกิด ส่วนคนอื่นๆ เนื่องจากปัจจุบันมีภาพพจน์เป็นลูกจ้างระดับสูงของเฉินกั่วแล้ว เฉินกั่วไม่ยอมให้พวกเขาลงไปช่วยงานใช้แรงงานเท่าไหร่ จึงต่างคนต่างนั่งจ้วงเค้กใส่ปากไปพลางสลับกับเล่นกลอรี่ไปตามปกติ

 

กว่าทั้งสองจะได้กลับมานั่งที่ ก็เป็นหลังจากที่แจกจ่ายเค้กให้พนักงานร้านอินเทอร์เน็ตซิงซินที่ชั้นล่างจนอิ่มหมีพีมัน และเยี่ยซิวรับคำอวยพรจากน้องๆ ในร้านกับลูกค้าบางรายที่สนิทกันมากหน่อยจนแต้มบุญสะสมใกล้เต็มขีดแล้ว ทั้งสองกลับมาที่ห้องซ้อมชั้นบน เตรียมจะจัดการเค้กส่วนของตัวเองที่วางทิ้งไว้

เฉินกั่วจ้องมองเยี่ยซิวอีกครั้ง เมื่อเห็นเยี่ยซิวหยิบช้อนหันด้านสันตัดลงไปในเนื้อเค้ก แบ่งเป็นเค้กชิ้นน้อยส่งเข้าปาก ในใจพลันลุ้นระทึกว่าเค้กที่สั่งทำมาเป็นพิเศษนี้รสจะถูกปากเจ้าของวันเกิดหรือเปล่า

“อร่อยไหม?” เฉินกั่วถามทันทีที่เยี่ยซิวกินคำแรกเสร็จ

“ใช้ได้!” เยี่ยซิวพยักหน้า พอกำลังจะจ้วงคำที่สอง พลันเหลือบไปเห็นสายตาของ ‘แม่งาน’ เฉินกั่วที่ยังไม่ยอมละไปไหนเสียที

“มองทำไม! ถ้าอร่อยนายก็กินไปสิ” พอเฉินกั่วเห็นเยี่ยซิวหยุดชะงักก็โวย

“คุณยังไม่เชื่อใจผมอีก? อร่อยไม่อร่อยคุณก็ลองชิมดูเองเลยสิ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉัน…ฉันกำลังสงสัยว่านายแฮปปี้หรือเปล่า”

“การดีใจก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกทางสีหน้าเสมอไปมั้ง นี่พวกเราอายุเท่าไหร่กันแล้ว คุณคิดว่าผมจะลุกขึ้นเต้นระบำรำฟ้อนเหรอ?” เยี่ยซิวมองเฉินกั่วด้วยสายตาอนาถใจหนึ่งที จากนั้นก็เลื่อนเก้าอี้เข้าหาคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เสียบการ์ดเข้าเกม

เฉินกั่วยืนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายแล้วถึงกับต้องสงบสติอารมณ์หนักมาก อย่าว่าแต่ดีใจไม่ดีใจ นี่มันไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยชัดๆ โยนถ้อยคำค่อนขอดทิ้งไว้แล้วยังจะมีอารมณ์มาเข้าเกมอีก!

เฉินกั่วนับถอยหลังสลับกับท่องในใจ: นี่คือวันเกิดของเยี่ยซิวและแม่งานห้ามถล่มงานของตัวเอง นี่คือวันเกิดของเยี่ยซิวและแม่งานห้ามถล่มงานของตัวเอง นี่คือวันเกิดของเยี่ยซิว และแม่งานห้ามถล่มงานของตัวเองเด็ดขาด!

เฉินกั่วสูดหายใจลึก ข่มโทสะลงได้สำเร็จ ถึงอย่างไรนี่ก็ยังเป็นวันเกิดของเยี่ยซิว จะไปเจ้ากี้เจ้าการใส่ก็คงไม่เหมาะ แต่ขณะนี้เธอก็หมดอารมณ์จะกินเค้กฉลองแล้ว จึงเตรียมจะเก็บเค้กส่วนของตัวเองไปแช่เย็น

ในตอนนั้นเองเยี่ยซิวที่นั่งหันหลังให้เธอก็เอ่ยขึ้น “เจ้านายวางใจได้ ผมดีใจมากจริงๆ รู้สึกขอบคุณมากๆ ด้วย”

“เชอะ! กลับตัวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วย่ะ”

“คุณเชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนจัดงานวันเกิดให้ผมโดยเฉพาะ” เยี่ยซิวยังคงไม่หันมา

“เอ๋?”

“ไม่น่าเชื่อใช่ไหม? แต่ผมดีใจมากจริงๆ นะ”

น่าเสียดายที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเยี่ยซิวตอนนี้เป็นภาพมุมมองเห็นของตัวละครที่โหลดเข้าเกมเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่อาจอาศัยหน้าจอมืดทึบช่วงระหว่างโหลดเกมหรือระหว่างรอเปิดคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยสะท้อนสีหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าจอให้เฉินกั่วแอบมองได้

“เพราะฉะนั้น คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก แผนเซอร์ไพรส์ของคุณไม่ได้ล้มเหลว ผมถูกเซอร์ไพรส์ตั้งแต่เห็นชื่อบนเค้กเป็นชื่อของผมแล้ว” เยี่ยซิวกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ไม่รู้ทำไม ในสายตาของเฉินกั่ว ไหล่ของหมอนั่นราวกับห่อลีบเล็กลง

‘จัดงานวันเกิดให้ผมโดยเฉพาะ’ เฉินกั่วคล้ายจะจับความหมายสำคัญของเยี่ยซิวได้ พลันคิดไปถึงคนอีกคนที่ต้องเกิดวันเดียวกับเยี่ยซิวอย่างแน่นอน

เยี่ยชิว

เพราะเยี่ยซิวมีน้องชายฝาแฝด คงไม่แปลกหากในยามที่ครอบครัวจัดงานฉลองวันเกิด ก็จะจัดให้กับพี่น้องสองคนพร้อมกันเสมอ หากบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนจัดงานวันเกิดให้เขาโดยเฉพาะ ให้แก่เขาคนเดียว โดยที่ไม่มีน้องชายมาเกี่ยวข้อง คงไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงเลย

เฉินกั่วใจหาย วูบหนึ่งเธอแอบดีใจที่เป็นผู้จัดงานวันเกิดให้เขาเป็นครั้งแรก ซึ่งดีใจก็ส่วนดีใจ แต่ไอ้การจัดงานวันเกิดให้เยี่ยซิวเพียงคนเดียวนี่มันดีหรือไม่ดีล่ะ? จากคำพูดของเยี่ยซิวแล้วคงเป็นเรื่องน่ายินดี แต่จากท่าทางแล้ว คล้ายจะส่งผลไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

หรือไอ้พี่ชายไร้ยางอายนี่จะคิดถึงน้องเป็นกับเขาด้วย?

เฉินกั่วไม่เก็บความสงสัยไว้นาน เธอเป็นคนที่หากมีคำตอบสำหรับข้อสงสัยกองอยู่ตรงหน้า ก็จะตรงเข้าไปแหวกออกดูทันที เรื่องงานวันเกิด ในฐานะแม่งาน หากมีจุดบกพร่องก็ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่านี่เป็นงานวันเกิดครั้งแรกของเยี่ยซิวจึงยิ่งต้องให้ความสำคัญ

เธอตรงรี่เข้าไปหาเยี่ยซิว ตั้งมั่นว่าจะจับมาเค้นดูให้ได้ว่ามีอะไรที่เขายังไม่บอกให้เธอรู้อีก

“เยี่ยซิว!” เฉินกั่วจับเก้าอี้ของเยี่ยซิวหมุนให้หันมาเผชิญหน้า เธอจงใจไม่ให้เวลาเยี่ยซิวได้ตั้งตัว เพื่อที่จะได้เห็นสีหน้าที่เขาแอบซ่อนไว้

“เฮ้ย!”

“หวา!”

มือขวาของเยี่ยซิวถลาไปคว้าเมาส์ที่เกือบจะร่วงจากโต๊ะทันที มืออีกข้างก็หยิบหูฟังขึ้นมาตะโกนกรอกเสียงใส่ไมโครโฟน “เสี่ยวถัง ระวังทางสามนาฬิกา! เปาจื่อ คุณเปิดช่องว่างแล้ว วันนี้เป็นอะไรกันไปหมด สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหล่าเว่ยปิดมอนกลุ่มนั้นเสร็จแล้วแบ่งทางนี้ไปให้เสี่ยวถังคุมแทนชั่วคราว เดี๋ยวฉันมา!”

ดันเจี้ยนอยู่หรอกเรอะ!?

แว่วเสียงร้องเชี่ยมาจากที่นั่งของเว่ยเชิน ต่อด้วยเปาจื่อร้องอ๊ากๆๆ ออกมา จากนั้นอีกฟากของโต๊ะดูวุ่นวายขึ้นมาในทันใด ที่แท้พวกเขาก็ลงดันเจี้ยนเดียวกันอยู่นี่เอง ถังโหรว เปาจื่อ เว่ยเชิน ทั้งสามถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันตา เร่งความเร็วมือควบคุมเป็นพัลวันไปหมด

ส่วนสีหน้าของเยี่ยซิว… สีหน้าที่เธออยากเห็น ตอนนี้กลายเป็นสีหน้าฉงนสงสัย ว่าเจ้านายมีเรื่องเร่งด่วนอะไรไยจึงต้องเรียกกันด้วยวิธีนี้ เยี่ยซิวหน้าเมื่อยกำลังมองมาด้วยสีหน้าพร้อมรับคำสั่ง ดูก็รู้ว่าอยากรีบทำรีบเสร็จ ให้มันจบๆ ไป จะได้กระโดดกลับเข้าเกมไปช่วยปาร์ตี้ที่อยู่ดีๆ ก็วิกฤติ

เฉินกั่วถึงกับพูดไม่ออก มองไปที่จอของเยี่ยซิวซึ่งเป็นมุมมองสายตาของจวินม่อเซี่ยว ก็เห็นตัวละครอีกสามตัวกำลังวิ่งวุ่นกันไปหมด ทั้งลากมอน รัวสกิล ควบคุมฝูงชน บ้างวิ่งผ่าน บ้างพุ่งตัวแฉลบเฉี่ยวไปมาอยู่ที่มุมจอ

ทุกการขยับเคลื่อนไหวเป็นไปเพื่อเอาตัวรอดจากฝูงมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนอาณาจักรทวยเทพที่ความยากระดับห้าคน เดิมทีพวกเขาลงดันเจี้ยนโดยใช้คนแค่สี่คนก็ต้องใช้สมาธิกันอย่างเต็มที่แล้ว ตอนนี้เหลือแค่สาม เพราะเจ้าของตัวละครจวินม่อเซี่ยวถูกเธอพรากออกมาจากเมาส์และคีย์บอร์ด

เมื่อขาดเยี่ยซิวซึ่งเป็นแกนหลักของปาร์ตี้ อีกสามคนที่เหลือในปาร์ตี้บ้าพลังไร้สมดุลไม่มีนักบวช ก็ต้องรับมือดันเจี้ยนระดับห้าคนอย่างเต็มกลืน คำสั่งยาวเหยียดที่เยี่ยซิวกรอกใส่ไมโครโฟนติดหูฟังเมื่อครู่นี้ เป็นคำสั่งปรับกระบวนทัพจากสี่คนเหลือสามคน ถึงกระนั้น การดึงจังหวะการต่อสู้ให้กลับมาเป็นปกติหลังจากผู้เล่นตัวหลักหายไปอย่างกะทันหันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี

สิ่งที่เฉินกั่วเห็นผ่านหน้าจอมีแต่ความวุ่นวาย

‘ฉันนี่มัน…ดันเผลอทำเรื่องแย่สุดๆ ออกไปเลยนี่นา!’ เมื่อสำนึกรู้ได้แล้ว เฉินกั่วอยากกัดลิ้นตัวเองตาย

 

 

Talk Time:

ฟาร์มวัวไม่ทันหาย ฟาร์มมอนเข้ามาแทรก ตอนหน้าจบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s